English Thailand

จินตนาการสยาม ร.ศ.223 ชุด 4

เป็นคนแรกที่วิจารณ์สินค้านี้

Availability: ในคลังสินค้า

฿190.00

รายละเอียด

รหัสสินค้า : OCM CD 576


Format : CD


Run time : 

จินตนาการสยาม ร.ศ.223 ชุด 4

Double click on above image to view full picture

ซูมออก
ซูมเข้า

มุมมองเพิ่มเติม

รายละเอียด

จินตนาการสยาม ร.ศ.223 ชุด 4
ศิลปิน นิก  กอไผ่
นิก  กอไผ่ ดูแลการผลิต / เรียบเรียง / บรรเลง  ซอด้วง  ซออู้  ซอเขมร  (ตรัวขะแมร์)  ขลุ่ย
ขิมสาย  ขิมอะลูมิเนียม  ระนาดเอก  ระนาดทุ้ม  คีย์บอร์ด  กีต้าร์โปร่ง  กีต้าร์ไฟฟ้า
เครื่องประกอบจังหวะ
นักดนตรีรับเชิญ
ภาสกร  สุวรรณพันธ    อัลโตแช็กโซโฟน  “ตลุงบุญยงค์”
นรอรรถ  จันทร์กล่ำ      ไวโอลิน  “สุโขทัย”
ทวีศักดิ์  อัครวงษ์        ระนาดเอก  “ชุดเชิดแขก”
ทศพร  ทัศนะ        กลองยาว  “ชเวดากอง”
ศรินประภา  ภัทรจินดา    ประสานเสียง  “ชเวดากอง”
บันทึกเสียง โอเชี่ยน ดิจิตอล - ชาญชัย  ศรีทองแจ้ง
เริ่มบันทึกเสียง มิถุนายน - สิงหาคม ๒๕๔๙
ประสมเสียง  ทำต้นฉบับ ชาญชัย  ศรีทองแจ้ง  กันยายน ๒๕๔๙
อำนวยการผลิต คุณปรีชา  ธรรมพิภพ
ขอบคุณพิเศษแด่ มูลนิธิมนตรี  ตราโมท
ครูบุญยงค์  เกตุคง / อาจารย์บรูซ  แกสตัน / วงฟองน้ำ (for Great Inspiration)
อาจารย์อานันท์  นาคคง (for Great Translation)
อาตี๋น้อย  แอน  และคุณยาย
พี่จ๋อม  (for that day in Pnom-penh)

สุโขทัย 1 ใน 5 เพลงชุดระบำโบราณคดีที่ครูมนตรี  ตราโมท  ประดิษฐ์และเรียบเรียงทำนองดนตรีขึ้น 
จากดำริของอธิบดีกรมศิลปากรสมัยนั้น  คือ  นายธนิต  อยู่โพธิ์  โดยจัดแสดงถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอาคารสร้างใหม่  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2510  เพลงนี้ครูมนตรีได้นำเพลงเทพทองชั้นเดียวซึ่งเป็นเพลงเกร็ดที่ใช้ประกอบการแสดงละครมาขยายเป็น 2 ชั้นบรรเลงติดต่อกันไป  ตามจินตนาการความคิดของท่านที่สื่อถึงความงดงามตามแบบฉบับของศิลปะโบราณวัตถุโบราณสมัยกรุงสุโขทัย  โดยเฉพาะพระพุทธรูปปางลีลาอันงดงามและวิจิตรเป็นอย่างยิ่ง

จระเข้หางยาวทางสักวา เป็นเพลงอัตรา 3 ชั้น ที่ครูมนตรี  ตราโมท  ได้นำเพลงจระเข้หางยาว 3 ชั้นเดิม  ซึ่งมีสำนวนเป็นเพลงเก็บดำเนินทำนอง  ตามกระบวนของชุดเพลงประกอบเสภาแต่โบราณ  มาดัดสำเนียงและทางเสียงเสียใหม่เป็นสำเนียงล้านนาที่อ่อนหวาน ประพันธ์บทขับร้องขึ้นใหม่พร้อมกัน  เมื่อ พ.ศ.2474

สร้อยลำปาง เดิมเป็นเพลง 2 ชั้นสำเนียงลาวทางเหนือ  เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ลาวลำปาง”  ใช้ประกอบชุดรำ เรียกว่า ฟ้อนชมเดือน เกตุคง  นำมาขยายและตัดลงเป็นเพลงเถา  เป็นที่นิยมบรรเลงกันอย่างแพร่หลาย สำหรับชุดนี้จะนำเสนอเฉพาะอัตรา 3 ชั้น

ระบำฉิ่ง เป็นเพลงประกอบชุดรำบำฉิ่งของกรมศิลปากร  ประพันธ์ทำนองโดยครูมนตรี  ตราโมท  เมื่อพ.ศ.2524  มีลักษณะเด่น คือ แสดงท่วงทีลีลาของเสียงฉิ่งไทยซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ใช้ประกอบกับท่ารำ 
ที่ครูลมุล  ยมะคุปต์ และครูเฉลย  ศุขะวณิช  ประดิษฐ์ขึ้นอย่างไพเราะและแยบยล  เพลงระบำฉิ่งชื่อเดียวกันนี้  ยังมีอีก 2 แบบซึ่งเป็นคนละชุดกัน  แบบหนึ่งใช้เพลงพระยาสี่เสาประกอบบทขับร้องที่ประพันธ์โดยคุณหญิงชิ้น  ศิลปะบรรเลง  เป็นของละครผกาวลี  อีกแบบหนึ่งใช้เพลงรัวฉิ่งและรัวดึกดำบรรพ์เป็นเพลงประกอบ  เป็นของชุมนุมการละครครุสภา

ต้นบรเทศ เป็นเพลงเกร็ด อัตรา 2 ชั้น ที่มีนักฟังเพลงไทยรู้จักมากที่สุดเพลงหนึ่ง  รากฐานของเพลงเดิมเป็นเพลงสองไม้ 2 ชั้นและชั้นเดียวอยู่ในเพลงเรื่องสร้อยสน และเต่ากินผักบุ้ง ต่อมาครูกล้อย ณ บางช้าง ได้นำทำนอง 2 ชั้นเดิม มาประดิษฐ์เป็นทางเปลี่ยนขึ้นใหม่  โดยทุกๆ ประโยคของเพลงจะจบด้วยลักษณะที่เรียกว่ายกจังหวะและต่อมาครูบุญยงค์  เกตุคงได้ประดิษฐ์ทางเปลี่ยนสำเนียงฝรั่งขึ้นอีกทาง นับว่าเป็นเพลงที่มีสำเนียงลีลาหลากหลายชวนฟังอีกเพลงหนึ่ง บ้างก็เรียกชื่อว่า “เพลงต้นวรเชษฐ์”

ชุดเชิดแขก เพลงในชุดนี้  ประกอบด้วย 4 บทเพลง  ติดต่อกัน คือ เชิดแขก  แขกไทรทางชวา  เร็วยะวาหรือมโนราห์บูชายัญ (ทั้ง  3 เพลงประพันธ์โดยครูหลวงประดิษฐ์ไพเราะ (ศร  ศิลปะบรรเลง)) และจบด้วย  ต้นบรเทศชั้นเดียว  ซึ่งโดยความเดิมของเพลงแบบฉบับที่เรียบเรียงและบรรเลงโดยวงฟองน้ำ นั้น  เป็นชุดเพลงที่ต่อเนื่องจากต้นบรเทศ 2 ชั้น และไม่มีเพลงเชิดแขก แต่ในครั้งนี้  ได้นำมาตกแต่งตีความใหม่  โดยเน้นสีสันและลีลาของเครื่องดนตรีที่เป็นเครื่องสายมากขึ้น

ชุดเขมรอมตึ๊ก เป็นชุดเพลงสำเนียงเขมร  ประกอบ  เพลงเขมรอมตึ๊ก (เขมรพายเรือ)  เขมรกล่อมลูก  เขมรตำข้าว (เขมรอกโครง) 3 เพลงแรกซึ่งเป็นเพลงเกร็ดสำเนียงเขมรพื้นบ้านดั้งเดิมที่นักดนตรีไทยนิยมนำมาบรรเลงเป็นเพลงชุดภาษา และต่อท้ายด้วยหางเพลงซึ่งประพันธ์โดยครูบุญยงค์  เกตุคง  ในการเรียบเรียงครั้งนี้  ได้นำเครื่องดนตรี คือ ซอเขมร (ตรัวขะแมร์) มาบรรเลงร่วมกับ  ระนาดทุ้ม  ขลุ่ย  และกีต้าร์  ซึ่งให้ลีลาสีสันที่แตกต่างจากในครั้งที่วงฟองน้ำบรรเลงบันทึกเสียงไว้เมื่อราว พ.ศ.2531
ตลุงบุญยงค์ เป็นเพลงเกร็ด 2 ท่อนสำเนียงตลุงทั้งอัตรา 2 ชั้น ชั้นเดียวและครึ่งชั้นที่ครูบุญยงค์  เกตุคงได้ประพันธ์ขึ้น  เพื่อใช้บรรเลงเป็นเพลงลูกบทท้ายเครื่อง  ซึ่งนิยมนำไปบรรเลงต่อท้ายเพลงใหญ่หลายเพลงตัวอย่างเช่น  เพลงทยอย  เพลงเชิดจีน  เพลงเทพชาตรี  ฯลฯ  และอาจจะโดยเหตุที่ครูยังมิได้ตั้งชื่อเพลง  หรือ ประการอื่นใด  บรรดาลูกศิษย์จึงตั้งชื่อเพลงนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านผู้ประพันธ์ว่า “ตลุงบุญยงค์”

ชเวดากอง อีกเพลงหนึ่งอันเป็นงานชิ้นเอกของครูบุญยงค์  เกตุคง  ครั้งเมื่อท่านได้มีโอกาสไปเยือนกรุงย่างกุ้ง  ประเทศพม่า  และได้แรงบันดาลใจจากความยิ่งใหญ่และงดงามของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง และสำนวนลีลาของเพลงสำเนียงพม่า  จึงได้นำเพลงพม่าเขวของเก่ามาแต่งขยายขึ้นเป็น 2 ชั้นและ 3 ชั้น ครบเป็นเถา  มีชื่อว่า “ชเวดากอง” ด้วยความไพเราะและแปลกใหม่ร่วมสมัยของเพลงนี้อันแตกต่างไปจากเพลงไทยอื่นๆ ในยุคสมัยเดียวกัน  เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้อาจารย์บรูซ  แกสตัน  ได้พบเจอกับครูบุญยงค์  เกตุคง  และร่วมก่อตั้งวงดนตรีฟองน้ำขึ้นในที่สุด

{vmp3}{/vmp3}

Tags สินค้า

ใช่ช่องว่างแบ่ง tag. ใช้ single quotes (') สำหรับคำพูด.